กาแฟดำ เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการออกกำลังกายได้จริงหรือ ?

สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกท่านที่ติดตามอ่านบล็อก smartbody.in.th ทุก ๆ ท่านนะครับ สำหรับหัวข้อในวันนี้เป็นคำถามที่ผมได้ยินจากนักเรียนคอร์สเทรนนิ่งออนไลน์และออฟไลน์ วันนี้เลยขอนำมาสรุปเป็นเรื่องเป็นราวให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน

และหลาย ๆ คนชอบดื่มกาแฟในชีวิตประจำวันซะส่วนใหญ่ บางคนวันละแก้ว บางคน 2-3 แก้วต่อวัน และส่วนมากจะเป็นกาแฟที่เติมนม เติมน้ำตาลซะเยอะ ซึ่งกาแฟเหล่านี้มีความอร่อย หอมหวาน ดื่มแล้วสดชื่น กระปรี้กระเปล่า แต่ในความอร่อย หอมหวาน ก็แฝงไปด้วยแคลอรี่จากนมและน้ำตาลเยอะมาก ๆ บางคนมีเติมวิปครีม คาลาเมล เพิ่มเข้าไปอีก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องแคลอรี่ ที่เป็นสาเหตุทำให้อ้วน และน้ำหนักขึ้นกันเลยครับ แต่มันก็อร่อยนะ 555 !!!

สำหรับคอกาแฟ หรือคนที่ชื่นชอบกาแฟ ผมอยากจะแนะนำให้ลองเปลี่ยนมาดื่มเป็นกาแฟดำแทน ซึ่งแน่นอนว่ากาแฟดำ ไม่เติมน้ำตาล ไม่เติมนม แคลอรี่น้อย ไม่อ้วน น้ำหนักไม่ขึ้นอย่างแบบแรกครับ

ในกาแฟดำ จะมีคาเฟอีนผสมอยู่ ซึ่งคาเฟอีนเป็นเคมีที่ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปล่า และสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น ดังนั้น กาแฟดำจะเปลี่ยนได้ว่า เป็นตัวช่วยในการเพิ่มประสิทธิ์ภาพในการออกกำลังกายให้ได้นาน และมีสมาธิมากขึ้น แบบอ้อม ๆ หรือบางคนจะมองว่าโดยตรงก็ไม่ผิดครับ แต่ส่วนตัวผมแล้ว ผมมองว่าเป็นผลประโยชน์แบบอ้อม ๆ ครับ เนื่องจากผมดื่มกาแฟ เพราะชื่นชอบในกลิ่นและรสชาติของกาแฟ

คำแนะนำ ควรดื่มกาแฟดำ ก่อนออกกำลังกายอย่างน้อย 30-60 นาที ซึ่งกาแฟดำ คาเฟอีน จะช่วยกระตุ้นประสาท ทำให้ร่างกายตื่นตัว และออกกำลังกายได้นานขึ้น เมื่อออกกำลังกายได้นานขึ้น ก็ส่งผลให้เกิดการเผาผลาญได้มากขึ้นนั้นเองครับ

คำเตือน ควรเช็คสภาพร่างกายตัวเองให้สม่ำเสมอ ไม่ออกกำลังกายหักโหมเกินไป ไม่งั้นเกิดอันตรายขึ้นกับตัวแล้วจะอดออกกำลังกายไปนานนะครับ

เพิ่มเติมในส่วนของประเภทของกาแฟดำกันสักนิดนะครับ ซึ่งที่ผมรู้จักอยู่จะมี 2 แบบ นั้นคือ

  1. Drip coffee รูปแบบนี้จะใช้วิธีการชงด้วยน้ำร้อน คือใช้น้ำร้อนค่อย ๆ รินผ่านกากกาแฟ ผ่าน paper filter ค่อย ๆ หยดลงแล้วครับ วิธีนี้จะได้คาเฟอีนที่สูงกว่าวิธี cold brew coffee
  2. Cold Brew Coffee รูปแบบนี้จะเป็นกาแฟสกัดเย็น เป็นกาแฟดำเช่นกันครับ ใช้น้ำเปล่าอุณภูมิห้อม ค่อย ๆ หยดผ่านตัวกากกาแฟ เรื่อย ๆ กรรมวิธีนี้จะใช้เวลาประมาณ 16-18 ชั่วโมง กว่าจะ brew เสร็จ เรียกว่าคนที่ชื่นชอบกาแฟแบบนี้ ต้องความอดทนสูงกันหน่อยนะครับ

สำหรับเพื่อน ๆ ที่มองหากาแฟดำ แบบสกัดเย็น หรือ Cold Brew Coffee สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://freshbrewedcoffee.in.th ราคาจำหน่ายเพียงขวดละ 75 บาท มีบริการจัดส่งแบบเดลิเวอรี่ ด้วยนะครับ

แค่ลองก็ติดใจ เครื่องชงกาแฟ NESCAFE’ Dolce Gusto

วันนี้ขอนอกเรื่องกิจกรรมการออกกำลังกาย หรือโปรแกรมอาหารสักนิดก่อนนะครับ สำหรับใคร ๆ ที่เป็นคอกาแฟ ที่ชื่นชอบกาแฟ และชื่นชอบความสะดวกสบายในการชงกาแฟ ต้องไม่พลาดบทความนี้ ซึ่งทั้งหมดที่จะรีวิวต่อไปนี้ มาจากความชอบและประสบการณ์ส่วนตัวล้วน ๆ จะรีวิวให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะเก็บมาได้นะครับ

ความโดดเด่นพิเศษของเจ้าเครื่องชงกาแฟ NESCAFE’ Dolce Gusto

เครื่องชงกาแฟ NESCAFE’ Dolce Gusto มาพร้อมความโดดเด่นที่สามารถ ชงกาแฟได้ทั้งร้อนและเย็น นอกจากนั้นยังสามารถชงได้หลากหลายรสชาติ โดยส่วนตัวผมสั่งมา 3 รสชาติก่อน ได้แก่ Chococino ,Lungo ,Cappuccino Ice หากใครต้องการรสชาติอื่น ๆ ลองดูเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้ครับ กาแฟแคปซูล และที่สะดวกไปกว่านั้น คือ ใช้เวลาในการชงไม่ถึงนาที ก็พร้อมอร่อยกับเครื่องดื่มสุดโปรดของคุณ

โดยส่วนตัวผมสั่งมา 3 รสชาติก่อน ได้แก่ Chococino ,Lungo ,Cappuccino Ice

เครื่องชงกาแฟ NESCAFE’ Dolce Gusto สามารถทำได้ทั้งเครื่องดื่มร้อน และเย็น

เครื่องดื่ม chococino ร้อน รสชาตินุ่มลิ้น มีฟองนมเนื้อเนียน ละเอียดมาก
เครื่องดื่ม Lungo คล้าย ๆ กาแฟดำ หรือ อเมริกาโน่ อันนี้แหละของโปรดผมเลย

เดี๋ยวจะมาเพิ่มเมนูอื่น ๆ ให้นะครับ ติดไว้ก่อน

สำหรับตัวแคปซูลมีให้เลือกหลากหลาย อาทิ Espresso , Lungo , Green Tea , Chococino เป็นต้น 

ยิ่งกว่า Barista มืออาชีพ ไม่ต้องกลัวว่าจะใช้อัตราส่วนน้ำ กาแฟ เท่าไหร่ หรือชงยังไง
ทุกกล่อง ทุกรส มีแนะนำที่ฝากล่อง

แคปซูลกาแฟ Cappuccino Ice
แคปซูลกาแฟ Chococino
แคปซูลกาแฟ Lungo

สำหรับตัวแคปซูลกาแฟ เป็นตัวนำเข้าจากต่างประเทศ อย่างตัว Lungo ที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นกาแฟอราบิก้า 100% กาแฟล้วน ๆ ไม่ผสมน้ำตาล เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนรักสุขภาพ

สรุปโดยรวม เครื่องชงกาแฟ NESCAFE’ Dolce Gusto สะดวก ราคาไม่แพง ได้กาแฟสดใหม่ ซึ่งเป็นเหมือนยกร้านกาแฟมาไว้ที่บ้าน ชงได้ทั้งเมนูร้อนและเย็น แอดมินให้คะแนน 5/5 ไปเลยครับ

สำหรับใครที่อยากลองชิมเจ้าเครื่องชงกาแฟ NESCAFE’ Dolce Gusto ตัวนี้ แต่ไม่รู้จะสั่งซื้อยังไง ไม่ต้องห่วงครับ วันนี้ผมจะแนะนำขั้นตอนการสั่งซื้อตั้งแต่เริ่มต้นแบบ step by step กันเลยทีเดียวครับ

แพ็คเกจที่ผมสั่งมาทานจะเป็นแพ็คเกจ starter นะครับ รายเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 957 บาท  รับฟรีเครื่องชงกาแฟ

เริ่มต้นสั่งซื้อได้ที่ลิงค์นี้ครับ https://nescafeclub.popsho.ps/ndg/th/promotion_dolce_page

คลิกที่ลิงค์เรียบร้อยแล้ว จะได้หน้าตา ตามรูปด้านล่างนี้ ซึ่แสดงขั้นตอนในการสั่งซื้อเครื่องชงกาแฟ

เมื่อคลิกลิงค์เข้ามาแล้วจะเจอหน้านี้ ซึ่งแสดงขั้นตอนในการสั่งซื้อ

แนะนำแพ็คเกจ Starter ซึ่งเหมาะสำหรับบ้านหรือสำนักงานที่มี พนง. 2-5 คน 

ขั้นตอนต่อมา คือ การเลือกรสชาติของเครื่องดื่มที่เราต้องการ มีให้เลือกหลายรสชาติ

เมื่อเลือกสินค้าเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการคลิกที่รูปรถเข็นมุมบนขวา ซึ่งจะพาเราไปยังหน้าสรุปรายการสั่งซื้อ 

ขั้นตอนถัดมา ให้ทำการเลือกแพ็คเกจรายเดือน ซึ่งเราได้ทำการเลือกไว้ตั้งแต่เริ่มต้นแล้วครับ และทำการกำหนดรูปแบบการชำระค่าสินค้าอัตโนมัติ (ใช้ได้เฉพาะกับบัตรเครดิตเท่านั้นนะครับ)

เมื่อกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ให้เลื่อนลงมาอีกนิด คลิกที่ปุ่ม Check out ได้เลยครับ

มาถึงขั้นตอนนี้ หากใครที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิก สามารถทำการสมัครสมาชิกก่อนนะครับ หากมีแล้วสามารถ log in เข้าระบบ แล้วทำการสั่งซื้อให้สมบูรณ์ได้เลยครับ

กรอกรายละเอียดไม่กี่บรรทัด ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการลงทะเบียนสมาชิก 

ลงทะเบียนสมาชิกเรียบร้อยแล้วครับ แต่อีกไม่กี่ขั้นตอนก็จะสมบูรณ์แล้ว อดทนนิดหนึ่งนะครับ

กลับไปเช็คที่ email ของเราครับ จะมีข้อความเข้า ดังภาพข้างล่างนี้

เปิดเข้าไปที่อีเมล์แล้วให้ทำการคลิกยืนยันที่ this confirmation link ครับ ขั้นตอนการลงทะเบียนก็เสร็จสมบูรณ์

สำหรับรีวิวเครื่องชงกาแฟ NESCAFE’ Dolce Gusto ก็มีสั้นเพียงเท่านี้ครับ เพื่อน ๆ ที่ทำการสั่งซื้อมาลองชิมแล้วอย่าลืมมา selfie คู่กับกาแฟถ้วยโปรดมาอวดกันด้วยนะครับ

#DolceGustoTH #theModernArtofCoffee #NDGsubscription

20 แนวทางในการลดไขมันที่ได้ผลและยั่งยืน

หากเพื่อน ๆ กำลังมองหาวิธีลดไขมันอยู่แล้วละก็ ไม่ควรพลาดที่จะอ่านบทความนี้ สำหรับบทความนี้จะนำเสนอ 20 แนวทางในการลดไขมัน ที่ได้ผลและได้รับความนิยมมากที่สุด และเป็นธรรมชาติที่สุด สำหรับบางข้อที่นำเสนอไปนี้ หลาย ๆ คนรู้และเข้าใจ แต่ลืมนำไปปฏิบัติ ฉะนั้นแล้ว เมื่ออ่านและรู้แล้ว ควรปฏิบัติให้เป็นกิจวัตรประจำวันนะครับ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

วิธีการลดไขมัน

  1. อย่าสนใจตัวเลขบนตาชั่ง มีหลาย ๆ คนที่ยังคงให้ความสำคัญกับตัวเลขบนตาชั่ง มากกว่ารูปร่างที่สะท้อนความจริงบนกระจก ดังนั้น ควรตั้งใจฝึกซ้อมตามตารางต่อไป ซึ่งจะเป็นการสร้างกล้ามเนื้อให้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดไขมันไปพร้อม ๆ กันด้วน
  2. ค่อย ๆ ลดปริมาณแคลอรี่ หากเพื่อน ๆ ต้องการที่จะลดปริมาณแคลอรี่ ควรจะค่อย ๆ ลด เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัว ไม่ควรลดในปริมาณมาก ๆ ซึ่งไม่ดีต่อระบบของร่างกาย ในการลด อาจจะปรับลด 5%-10% ในแต่ละสัปดาห์ หรือ 2 สัปดาห์
  3. ออกกำลังกายด้วยเวทเทรนนิ่ง ในการออกกำลังกายด้วยเวทเทรนนิ่ง จะเป็นการสร้างกล้ามเนื้อให้กลับร่างกาย นั้นหมายถึงเป็นการเพิ่มเมตาบอริซึมเพื่อช่วยในการเผาผลาญให้มากขึ้นด้วย ยิ่งมีกล้ามเนื้อเยอะ การเผาผลาญก็ดีตามไปด้วย ดูโปรแกรมเวทเทรนนิ่งเพิ่มเติมที่นี่
  4. ทำ HIIT เพื่อช่วยกระตุ้นการเผาผลาญให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งใช้เวลาน้อย แต่ได้ผลดีมาก ๆ การทำ HIIT เช่น การกระโดดเชือก การเต้น T25 เป็นต้น อ่านวิธีการทำ HIIT เพิ่มเติม
  5. ทานไขมันเพิ่มขึ้น ในที่นี่หมายถึงการบริโภคไขมันดี เพื่อช่วยสร้างและซ้อมแซมกล้ามเนื้อจากการฝึก นอกจากนี้ไขมันดียังมีผลดีต่อหัวใจอีกด้วย ไขมันดี สามารถหาได้ในเนื้อปลาแซลมอล อโวคาโด้ ถั่ว เป็นต้น
  6. ลดคาร์บ หรือคาร์โบไฮเดรต หลาย ๆ คน พอบอกให้ลดคาร์บฯ ก็มักจะเข้าใจว่าให้งดคาร์บ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกันนะครับ การงดคาร์บฯ อาจทำให้เกิดโยโย่เอฟเฟคได้ แต่การลดคาร์บ ช่วยให้เราลดไขมันได้ดีขึ้น แหล่งคาร์บที่คนรักสุขภาพเลือก เช่น ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮวีต เป็นต้น
  7. ทานโปรตีนให้มากขึ้น การทานโปรตีนจะช่วยเพิ่มเมตาบอรึซึม และช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ ซึ่งกล้ามเนื้อหรือเมตาบอรึซึมจะช่วยในการเผาผลาญไขมันนั้นเอง ในความเป็นจริง ร่างกายเราสามารถเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น เมื่อร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อมากขึ้น นั้นเอง
  8. แบ่งมื้ออาหารให้เป็น 5-6 มื้อ เลือกทานอาหารที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกาย จะช่วยให้ร่างกายมีสารอาหารที่จำเป็นในการสร้างกล้ามเนื้อ และเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น

เดี๋ยวแอดมินมาเพิ่มเติมให้นะครับ … 

5 วิธีคาร์ดิโอที่ผมชื่นชอบ

สำหรับบทความนี้ จริง ๆ ผมอยากจะตั้งชื่อบทความว่า 5 วิธีคาร์ดิโอยอดนิยมซะมากกว่า แต่อาจจะยอดนิยมสำหรับผมคนเดียว ไม่ยอดนิยมสำหรับคนอื่น ดังนั้นขอตั้งชื่อบทความเป็น “5 วิธีคาร์ดิโอที่ผมชื่นชอบ” แล้วกันนะครับ และสำหรับบทความนื้ผมจะขอเสริมในเรื่องของการสร้างซิกแพค หรือการออกกำลังกายหน้าท้องไปด้วย เพราะผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนมีเป้าหมายคล้าย ๆ กันรวมทั้งผมด้วย นั้นก็คือ อยากมีซิกแพค นั้นเอง ใช่ไหมครับ …

สำหรับการคาร์ดิโอที่ผมชื่นชอบนั้น หลัก ๆ มีอยู่ 5 วิธี แต่จริง ๆ มีเยอะกว่านี้นะครับ แต่ผมจะมีเขียนเพิ่มให้ในภายหลัง สำหรับบทความนี้ ขอโชว์วิธีที่ผมชื่นชอบก่อนแล้วครับนะครับ

วิธีที่ 1 ลู่วิ่งไฟฟ้า หลาย ๆ คนรู้จักลู่วิ่งไฟฟ้า หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า treadmill นั้นเอง ผมใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าในการคาร์ดิโอ โดยหลัก ๆ จะเน้นที่การเดินเร็วมากกว่าการวิ่ง ในการทำคาร์ดิโอบนลู่วิ่งไฟฟ้านี้ ผมสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้ถึง 600 แคลฯ/ชั่วโมง เลยที่เดียว แต่หากวิ่งก็อาจจะได้มากกว่าผมเยอะเลย

ลู่วิ่งไฟฟ้า

วิธีที่ 2 อิลิปติคอล หรือ Eliptical นั้นเอง สำหรับเครื่องนี้เป็นอีกเครื่องที่ผมชื่นชอบไม่น้อยไปกว่าลู่วิ่งไฟฟ้าเลยที่เดียว การใช้เครื่องอิลิปติคอล อาจจะไม่ค่อยอิสระเท่าลู่วิ่งไฟฟ้าเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าเป็นเครื่องที่ช่วยให้การคาร์ดิโอของผมหลากหลายมากขึ้นเช่นกันครับ เจ้าเครื่อง อิลิปติคอล นี้ ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ถึง 400 แคลฯ/ชั่วโมงเลยนะครับ

Eliptical

วิธีที่ 3 ปั่นจักรยาน เจ้าจักรยานออกกำลังกายนี้ ทุก ๆ ฟิตเนส และทุก ๆ คอนโดน่าจะมีอย่างแน่นอน และเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมในอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว สำหรับการปั่นจักรยานออกกำลังกายนี้ผมจะเลือกปั่นเฉพาะวัน Active Rest ในแต่ละสัปดาห์ผมจะมี Active Rest อยู่ 2 วัน จะมีปั่นจักรยานออกกำลังกายบ้าง เดินเร็วบนลู่วิ่งไฟฟ้าบ้าง สำหรับเครื่องปั่นจักรยานออกกำลังกายนี้ ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ถึง 400 แคลฯ/ชั่วโมง พอ ๆ กับ อิลิปติคอลเลยครับ

Best-Stationary-Bike

วิธีที่ 4 กระโดดเชือก เป็นอีกกิจกรรมคาร์ดิโอที่เรียกเหงื่อได้เป็นอย่างดี เป็นอุปกรณ์ที่พกพาได้ง่าย และสะดวก บ่อยครั้งที่ผมเดินทางต่างจังหวัด/ต่างประเทศ ผมจะติดเจ้าเชือกไปด้วย เพื่อกระโดดหรือทำคาร์ดิโอในต่างที่ต่างแดน การคาร์ดิโอด้วยการกระโดดเชือก ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ถึง 700 แคลฯ/ชั่วโมงเลย ได้เยอะกว่าที่ผมเดินเร็วบนลูกวิ่งเสียอีก

กระโดดเชือก

วิธีที่ 5 เซอร์กิตเทรนนิ่ง Circuit Training วิธีนี้ผมได้รวมรวบท่าบอดี้เวทฯต่าง ๆ มามัดรวมกัน 6-8 ท่า และทำอยู่ 4-6 รอบเซอร์กิต วิธีนี้ผมไม่สามารถวัดแคลอรี่ได้ เพราะไม่เครื่องวัดหรืออุปกรณ์สำหรับแท็คแคลอรี่ (ต้องขออภัยที่ข้อมูลไม่สมบูรณ์ครับ) ผมยกตัวอย่างท่าฝึก 5 ท่าฝึก ท่าละ 30 วินาที จำนวน 4 รอบ แต่ละรอบพัก 30-45 วินาที

  • Burpees
  • Alternating Front Kicks
  • Alternating Crescent Lunge
  • Push Ups
  • Mountain Climbers

นอกจากการทำคาร์ดิโอ 5 วิธีที่ผมชื่นชอบแล้วนั้น การเล่นหน้าท้องวันละนิดวันละหน่อย ก็เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยละเลยเช่นเดียวกันครับ ในการออกกำลังกายหน้าท้องนั้น ผมมีทั้งใช้อุปกรณ์ และ ไม่ใช้อุปกรณ์ แต่จะขอแนะนำส่วนที่ไม่ใช้อุปกรณ์กันก่อนนะครับ ท่าหลัก ๆ ที่ผมใช้ฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้อง ได้แก่

Crunch เป็นท่าที่เล่นง่าย และบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนบนและกลางได้เป็นอย่างดี ผมฝึกท่าครันซ์จำนวน 3-4 เซต ๆ ละ 10-12 ครั้งเท่านั้น ดูเหมือนจะไม่เยอะ ท่าครันซ์นี้เน้นการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องแล้วม้วนลำตัวขึ้นแค่นั้น ซึ่งต่างจากท่าซิทอัพนะครับ ท่านี้ก็แอบโหดอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ยังไงก็อย่าเพิ่งเชื่อผม แนะนำให้ลองไปฝึกกันก่อนครับ

crunches

Plank เป็นท่าที่เล่นง่ายเช่นเดียวกัน สำหรับท่านี้ใครที่เคยพูดว่าเวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน ผมอยากให้มาสัมผัสกับการช่วงเวลาแห่งการทำแพลงกันดูครับ แล้วคุณจะรู้ว่า 1 นาทีของการทำแพลง มันช่างยาวนานซะเหลือเกิน ท่าแพลงเป็นท่าที่ช่วยบริการกล้ามเนื้อแกนกลางได้เป็นอย่างดี หรือบางที่เค้าก็เรียก core muscle นั้นเองครับ กล้ามเนื้อที่ควรโฟกัสในขณะทำแพลง คือ กล้ามเนื้อหน้าท้องนั้นเองครับ

planks

Legs raises เป็นท่าสำหรับเล่นท้องล่างนั้นเองครับ ท่านี้ผมฝึกจำนวน 3-4 เซต ๆ ละ 10-12 ครั้งเท่านั้น เท่ากันกับท่า crunch

Leg raises

ab wheel เครื่องออกกำลังกายลดหน้าท้องที่ผมเลือกใช้ครับ เหตุผลที่เลือกใช้ตัวนี้เพราะอันเล็ก พกใส่กระเป๋าได้สะดวก แถมเวลาเล่นแต่ละครั้งนี้ได้ความรู้สึกไปถึงกล้ามเนื้อชั้นในทุกส่วนจริง ๆ ครับ เจ้าตัว ab wheel นี้ไม่ใช่อุปกรณ์ออกกำลังกายลดหน้าท้องนะครับ แต่เป็นอุปกรณ์สร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องตัวหนึ่งที่ผมยกนิ้วให้เลยว่าสุดยอดจริง ๆ

ab-wheel-roll-out

ทั้งหมดที่ผมกล่าวมาข้างต้นไม่ว่าจะเป็นวิธีคาร์ดิโอที่ผมชื่นชอบที่สุด และวิธีสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง สร้างซิกแพค ด้วยอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายลดหน้าท้อง และบอดี้เวทท่าต่าง ๆ เป็นแนวทางที่ผมใช้ตลอดโปรแกรมการฝึกของผมเลย เพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่อ่านจบแล้วสามารถนำไปใช้ได้เลยนะครับ ที่สำคัญอย่าเก็บไว้คนเดียว แชร์ให้เพื่อน ๆ และคนรักมาร่วมออกกำลังกายด้วยกันจะดีกมากครับ

ทำงานบ้าน แทนการออกกำลังกายได้หรือไม่ ?

สวัสดีเดือนแห่งความรัก เพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่ติดตามอ่านบล็อกทุกคนนะครับ สำหรับหัวข้อ “ทำงานบ้าน แทนการออกกำลังกายได้หรือไม่ ?” นี้ เป็นคำถามที่ผมได้รับทาง inbox เยอะพอควร ไหน ๆ ก็ได้ตอบไปหลายคนแล้ว ขออนุญาตนำมาขยายความลงในบล็อก เผื่อท่านที่ยังสงสัยจะได้หาคำตอบกันได้ในโพสต์นี้นะครับ

ผมจะไม่ตอบแบบฟันธงนะครับว่า ทำงานบ้าน แทนการออกกำลังกายได้หรือไม่ ? แต่จะเปรียบเทียบให้ดูว่า แต่ละกิจกรรมงานบ้าน ช่วยเผาผลาญได้มากน้อยแค่ไหนในการทำกิจกรรมต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง และเมื่อเทียบกับการออกกำลังกาย 1 ชั่วโมง ผลต่างกันจะมากน้อยแค่ไหน เดี๋ยวลองมาดูกันครับ

ออกกำลังกายที่บ้าน

ตัวอย่างงานบ้านที่ทำบ่อย ๆ ในแต่ละวัน คิดจากการทำกิจกรรมต่อเนื่อง 1 ชั่วโมงนะครับ

  • การกวาดบ้าน ช่วยเผาผลาญได้ 225 แคลอรี่
  • การซักผ้าด้วยมือ ช่วยเผาผลาญได้ 240 แคลอรี่
  • การตัดหญ้า  ช่วยเผาผลาญได้ 250-300 แคลอรี่
  • การทำสวน  ช่วยเผาผลาญได้ 300-450 แคลอรี่
  • การปูที่นอน  ช่วยเผาผลาญได้ 135 แคลอรี่
  • การรีดผ้า  ช่วยเผาผลาญได้ 150 แคลอรี่
  • การดูดฝุ่น  ช่วยเผาผลาญได้ 200 แคลอรี่
  • การเช็ดหน้าต่าง  ช่วยเผาผลาญได้ 180 แคลอรี่

ที่นี่มาดูกิจกรรมออกกำลังกาย คิดจากการทำกิจกรรมต่อเนื่อง 1 ชั่วโมงเช่นกันนะครับ 

  • กระโดดเชือก  ช่วยเผาผลาญได้ 870 แคลอรี่
  • เต้น Zumba  ช่วยเผาผลาญได้ 500 แคลอรี่
  • ขี่จักรยาน  ช่วยเผาผลาญได้ 250-600 แคลอรี่
  • เล่นบาสเก็ตบอล  ช่วยเผาผลาญได้ 360-660 แคลอรี่
  • มวยไทย  ช่วยเผาผลาญได้ 800 แคลอรี่
  • วิ่งเหยาะ ๆ  ช่วยเผาผลาญได้ 600-750 แคลอรี่
  • ว่ายน้ำ  ช่วยเผาผลาญได้ 260-700 แคลอรี่
  • เดินเร็ว  ช่วยเผาผลาญได้ 420-480 แคลอรี่
  • เต้นแอโรบิค  ช่วยเผาผลาญได้ 600 แคลอรี่

ลองเปรียบเทียบดูนะครับ สะดวกกิจกรรมไหน เป้าหมายต้องการเผาผลาญวันละกี่แคลฯ ลองพิจารณากันดูครับ ทุก ๆ กิจกรรมช่วยเผาผลาญแคลฯได้เช่นกัน ต่างกันตรงที่ความเข้มข้น และผลลัพธ์ที่ได้นั้นเองครับ เมื่อรู้แล้วอย่าเก็บไว้คนเดียวครับ แชร์ออกไปให้เพื่อน ๆ ได้รู้ด้วยนะครับ

โปรแกรมเวท+คาร์ดิโอ 3 วันต่อสัปดาห์ (สำหรับคนอยากผอมแต่มีเวลาน้อย)

ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับปากเพื่อน ๆ ในกลุ่ม โปรแกรมออกกำลังกาย ไว้ว่าจะจัดโปรแกรมให้ โดยโฟกัสไปที่กลุ่มคนที่มีเวลาต่อวันน้อย หรือต่อสัปดาห์น้อย แต่ต้องการที่จะลดน้ำหนัก ลดไขมัน เพื่อเรียกความฟิตกลับมาให้ทันสงกรานต์ที่จะถึงในไม่ช้านี้ โปรแกรมออกกำลังกายที่ผมจะนำเสนอนี้ จะเน้นไปที่การสร้างกล้ามเนื้อ ควบคู่กับการลดไขมันไปพร้อม ๆ กันจะได้ไม่เสียเวลา และโปรแกรมนี้พิเศษมาก ๆ สำหรับคนที่มีเวลาน้อย เพียงใช้เวลา 1 ชั่วโมง และอีก 30 นาทีโดยประมาณในการออกกำลังกายในแต่ละวัน เพียง 3 วันต่อสัปดาห์เท่านั้นContinue reading

อาหารลดความอ้วน หรือ การทำอาหารลดความอ้วน

ทางเลือกยอดฮิตสำหรับคนที่กำลังจะลดน้ำหนัก ลดความอ้วนนั้น คงหนีไม่พ้นการเลือกทานอาหารลดความอ้วน หรือ แม้แต่การทำอาหารลดความอ้วนทานเอง เพื่อน ๆ เข้าใจเกี่ยวกับอาหารลดความอ้วนกันบ้างหรือยังครับ สำหรับความหมายที่ผมจะแนะนำนี้ อาจจะไม่ตรงกับตำรา หรือกูรูท่านอื่นเท่าไหร่ แต่ก็อาจจะใกล้เคียงอยู่บ้าง อาหารลดความอ้วนนั้น ผมนิยามได้ดังนี้ครับ เป็นอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ แต่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย นั้นเองครับ เหตุผลรองรับ ทำไมต้องเป็นอาหารแคลอรี่ต่ำละ เพราะโดยทั่วไปแล้วคนอ้วน คนที่มีน้ำหนักตัวเยอะ จะทานเยอะเป็นปกติ หรือบางคนทานน้อย แต่เลือกอาหารที่ให้พลังงานสูงเกินความต้องการในแต่ละวัน ทำให้สะสมเป็นไขมันนั้นเองครับ อ้วนเลยละซิที่นี่ !!!Continue reading

แหล่งโปรตีนที่ควรรู้

หลาย ๆ คนที่เริ่มต้นหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ทั้งเรื่องของอาหารการกินต่าง ๆ ก็คงหนีไม่พ้นคำถามเรื่องแหล่งโปรตีนที่จะนำมาปรุงแต่งอาหารในแต่ละมื้อ สำหรับวันนี้ผมรวบรวมแหล่งโปรตีนจากแหล่งต่าง ๆ มาไว้ให้ และจะทยอยเพิ่มเรื่อย ๆ เพื่อให้เพื่อน ๆ นำไปเป็นทางเลือกในการปรุงแต่งอาหาร Continue reading

10 นาที 3 ท่าบริหาร คาร์ดิโอลดไขมัน #2

การคาร์ดิโอ มีหลายวิธี แต่สำหรับ smartbody.in.th แล้ว ขออนุญาตนำเสนอเป็นซีรีย์เลยแล้วกันนะครับ กับท่าฝึกง่าย ๆ และใช้เวลาไม่นานมากในแต่ละคลิป เพื่อให้เพื่อน ๆ สนุก และไม่รู้สึกเบื่อไปกับการคาร์ดิโอ การคาร์ดิโอในแบบฉบับของ smartbody.in.th จะเน้นไปทาง HIIT ซะมากกว่า ซึ่งผู้ฝึกต้องแข็งแรง มีกำลังในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ต้องห่วงครับ หากฝึกไม่ไหว ไปไม่รอด ก็ค่อย ๆ ทำตามก็ได้ครับผม ลองมาดูกันว่า คาร์ดิโอลดไขมัน ตอนที่ 2 นี้ ประกอบไปด้วยอะไรบ้างContinue reading

คาร์ดิโอวันหยุด 10 นาที 5 ท่าฝึก ทำได้จากที่บ้าน #1

อีกหนึ่งโปรแกรมที่ผมได้จัดทำขึ้น เพื่อเอาใจสายโหด ขาเบิร์นโดยเฉพาะ กับวิดีโอที่จะนำเสนอการคาร์ดิโออย่างเมามันส์ กับ 5 ท่าฝึกง่าย ๆ เพียง 10 นาทีเท่านั้น สำหรับโปรแกรมนี้ ได้แบ่งเป็น 3 ระดับ สำหรับขาโหดแต่ละเลเวล เพื่อให้เข้าถึงความอึด ความทนทานของแต่ละคนได้ โดยแบ่ง ได้ดังนี้ Beginner, Intermediate, AdvancedContinue reading

โปรแกรมเวทเทรนนิ่ง 4 วันต่อสัปดาห์ – smartbody.in.th

โปรแกรมเวทเทรนนิ่ง 4 วันต่อสัปดาห์นี้ เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ง่าย ๆ และได้รับความนิยมในระดับต้น ๆ เนื่องจากไม่ต้องเครียดหรือฝึกหนักเหมือนกลุ่มคนที่เล่น 5-6 วันต่อสัปดาห์ แถมยังเป็นโปรแกรมที่เหมาะสำหรับทุกเลเวลเลยก็ว่าได้ ดังนั้นอย่ารอช้า เรามาดูรายละเอียดของโปรแกรมกันดีกว่าครับContinue reading

ชุดข้าวเบนโตะช่วยลดน้ำหนักได้ไหม ?

หากพูดถึงอาหารญี่ปุ่นแล้วหลายๆ คนคงจะรู้จักและคุ้นเคยกับเบนโตะเป็นอย่างดี เบนโตะคืออะไร? เรียกให้เข้าใจง่ายๆ เบนโตะก็คืออาหารกล่องสไตล์ญี่ปุ่นนั่นเอง รายการอาหารภายในเบนโตะค่อนข้างหลากหลายและไม่ตายตัวแล้วแต่ว่าอยากจะทานอะไรก็จัดใส่กล่องไว้ นับว่าเป็นอาหารกล่องที่มีสีสันและยังสามารถพกพาไปกับคุณได้ทุกที่อีกด้วยContinue reading

คาร์ดิโอแบบไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่ากัน ?

คำถามที่หลาย ๆ คนสงสัย โดยเฉพาะสาว ๆ ที่อยากลดน้ำหนัก บางคนมองกว่าการคาร์ดิโอแบบช้า ๆ อย่างการเดินชัน ๆ ความเร็วสม่ำเสมอ ช่วยเบิร์นแคลอรี่ได้ดีที่สุด บางคนบอกว่าการทำ HIIT ช่วยกระตุ้นการเบิร์นแคลอรี่ได้ดีกว่าแบบแรก สำหรับบทความนี้ผมจะไม่ฟันธงหรือเจาะจงว่าอันไหนได้ผลดีกว่ากันนะครับ แต่จะมาให้อธิบายที่เพื่อน ๆ สามารถนำไปตัดสินใจกันได้เอง โดยผมจะมุ่งไปที่การทำคาร์ดิโอ 2 รูปแบบ คือ Low & High intensity ครับ มาทำความเข้าใจกันเลยครับContinue reading